"หญ้าปักกิ่ง" ช่วยมะเร็ง "หมอเบญ เบญจวรรณ" เผย "สมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง"

 

  

"หญ้าปักกิ่ง" ช่วยมะเร็ง "หมอเบญ เบญจวรรณ"

เผย "สมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง"

 

หมอเบญ หรือ เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คอลัมน์นิสต์ "หมอยาไทย" แวะเวียนมาทักทาย และ ให้ความรู้กันอีก ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ในคอลัมน์ "หมอยาไทย"  

ผู้สื่อข่าวกองบรรณาธิการ www.medhubnews.com เว็บไซต์สุขภาพของคนรุ่นใหม่ และ เพจ sasook รายงานว่า หมอเบญ หรือ เบญจวรรณ ได้เขียนถึงโรคมะเร็งได้น่าสนใจมาก 

ถ้าพูดถึง “มะเร็ง” ทุกวันนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก แต่แม้จะรู้จักก็ไม่มีใครอยากสนิทสนมด้วยแน่นอน เพราะเจ้ามะเร็งร้ายล้วนทำลายความสุข สุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วย

สถิติปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปีละมากกว่า 6 หมื่นราย มากเป็นอันดับ 1 ทั่วโลกมีรายงานการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ปีละกว่า 8 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี “มะเร็ง” จึงเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก

ในประเทศไทย มะเร็งที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรก ในเพศชาย คือ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และ ในเพศหญิง คือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ

ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์มักป่วยในระยะลุกลามมากกว่าระยะเริ่มต้น โอกาสหายขาดจึงมีน้อย แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้า

มีเครื่องมือที่ทันสมัยแต่ก็ยังไม่สามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลงได้ กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งจึงต้องการหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพและการรักษา รวมถึงที่พึ่งด้านจิตใจเพื่อช่วยเยียวยาและเป็นทางเลือกในการรักษามะเร็งอีกทางหนึ่ง

ในทางการแพทย์แผนไทย ยาสมุนไพรก็นับเป็นอีกทางเลือกเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน อาทิ หญ้าปักกิ่ง ขมิ้นชัน มะขามป้อม พลูคาว ปัญจขันธ์ เห็ดหลินจือ

แต่ สำหรับสมุนไพรที่มีข้อมูลงานวิจัยรองรับใช้อย่างแพร่หลาย เห็นจะหนีไม่พ้น หญ้าปักกิ่ง หรือ หญ้าเทวดา

หญ้าปักกิ่ง หญ้าเทวดา หรือเล่งจือเฉ้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Murdania loriformis ( Hassk ) Rolla Rao et Kammathy อยู่ในวงศ์ Commelinaceae เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ไม้ล้มลุก สูง ประมาณ 7-10 ซ.ม. และอาจสูงได้ถึง 20 ซ.ม.

ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอดรวมกันเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกมีสีฟ้าปนม่วง ใบประดับกลม ยาวประมาณ 4 ม.ม.ร่วงง่าย  ชอบดินร่วนหรือดินปนทราย งอกงามในที่มีแดดรำไร ไม่ต้องการน้ำมาก เพาะปลูกโดยการเพาะชำหรือเพาะเมล็ด มีถิ่นกำเนิดของหญ้าปักกิ่งอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ตามสรรพคุณยาจีน ใช้บรรเทาอาการทางเดินหายใจและขับพิษ ในประเทศไทยมีความนิยมใช้ในกลุ่มอาการ แก้น้ำเหลืองเสีย ยาเย็นแก้ไข้ร้อนใน เสริมภูมิคุ้มกัน และใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง

โดยเริ่มต้นที่ คุณลุงณรงค์ สุทธิกุลพาณิช บุรุษอาวุโสผู้เปี่ยมด้วยจิตสาธารณะ นำต้นหญ้าปักกิ่งมาในเมืองไทยและใช้ในผู้ป่วยมะเร็งอย่างจริงจังกว่า 40 ปี แจกจ่ายให้ผู้ป่วยใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่แลกกับการจดบันทึกประสบการณ์ จนกระทั่งจัดตั้งเป็น “ชมรมหญ้าปักกิ่งต้านมะเร็ง” เพื่อส่งเสริมการศึกษา วิจัยและเผยแพร่วิธีการใช้อย่างถูกต้อง

งานวิจัยหญ้าปักกิ่งได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหิดล ( พ.ศ. 2532-2537 ) องค์การเภสัชกรรม ( พ.ศ. 2542-2543 ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ( พ.ศ. 2546 ) มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และเงินบริจาคจากภาคเอกชน

ก่อให้เกิดองค์ความรู้ด้านการต้านมะเร็งของหญ้าปักกิ่ง พบสารที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งในหญ้าปักกิ่ง คือ กลัยโคสฟิงโกไลปิด ( Glycosphingolipid ) ที่มีชื่อว่า G1b ซึ่งเป็นกลุ่มไขมันที่มีขั้วเป็นองค์ประกอบของเซลล์ผิว กลัยโคสฟิงโกไลปิด มีหน้าที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน พบว่า กลัยโคสฟิงโกไลปิด ของเซลล์มะเร็งแตกต่างจากเซลล์ปกติ

จึงคาดว่า นอกจาก ฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งโดยตรงต่อเซลล์มะเร็งเต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่และตับ ระดับปานกลางในหลอดทดลอง G1b  อาจมีฤทธิ์ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจากการทดลองเบื้องต้นพบว่า G1b เพิ่มอัตราส่วนของ CD 3, 4 : CD 3, 8 ที่ผิวของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยงในวันที่ 3 และ 7 จากการตรวจความเป็นพิษเฉียบพลันและความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังของน้ำคั้นพบว่ามีความปลอดภัยแม้ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน 3 เดือน 

และจากประสบการณ์การใช้จริงในผู้ป่วยมะเร็ง ต่างตรงกันคือ เมื่อได้รับน้ำคั้นหญ้าปักกิ่งทำให้ไม่พบอาการข้างเคียงของากรฉายรังสีและเคมีบำบัด รวมถึง ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นยืดอายุผู้ป่วยและช่วยให้มีความแข็งแรงขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

กล่าวโดยสรุปคือ “หญ้าปักกิ่ง” มีสาระสำคัญ “กลัยโคสฟิงโกไลปิด ( Glycosphingolipid )” มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่  มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านการก่อกลายพันธุ์ มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเป็นพิษกับเซลล์มะเร็ง

จากข้อมูลการศึกษา รวมถึงประสบการณ์การใช้มาอย่างยาวนานของชมรมหญ้าปักกิ่ง จึงไม่แปลกที่ “หญ้าปักกิ่ง” จะเป็นสมุนไพรแห่งความหวังของผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลก

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้หญ้าปักกิ่งในชีวิตประจำวันได้ในรูปแบบของอาหาร และเครื่องดื่ม ที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพหลีกเลียงสารเคมีรับประทานอาหารที่มีสานต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยสร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้ห่างไกลมะเร็ง

เรื่องน่ารู้ : วิธีการใช้หญ้าปักกิ่ง

1 หญ้าปักกิ่งที่ใช้เป็นยาต้องมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป ปลูกด้วยวิธีการเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี

2 คั้นน้ำดื่ม :  2 ช้อนโต๊ะ ( 30 มิลิลิตร ) วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นก่อนอาหาร ( เด็กควรลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง )

รับประทานติดต่อกัน 4 วัน หยุดยา 3 วัน (เพื่อป้องกันกร่างกายเย็นจากยาและดูแลระบบไหลเวียนเลือด)

วิธีเตรียม นำส่วนเหนือดินหรือทั้งต้น จำนวน 3 ต้น ล้างให้สะอาด โขลกในครกสะอาด เติมน้ำต้มสุก 2 ช้อน โต๊ะ กรองผ้าขาวบาง แบ่งรับประทานเช้า เย็น

3 กรณีรับประทานแบบแคปซูล 2-3 แคปซูล ก่อนอาหาร สามมื้อ ( รับประทาน 4 วัน เว้น3 วัน )

เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารข้อมูล

ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 

 

www.medhubnews.com เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ ของคนรุ่นใหม่

"Health News Leader Thailand and Health Data Science" 

https://www.facebook.com/Dr.sasook 

ก็อปปี้ URL Shortener [ https://medhubnews.com/ดูบทความ-14329-หญ้าปักกิ่งช่วยมะเร็งหมอเบญจวรรณ ]

 

27 มิถุนายน 2561

ผู้ชม 7933 ครั้ง

Engine by shopup.com