พบข้อมูลวิจัย "หญ้าปักกิ่ง" ช่วยมะเร็ง "หมอเบญ เบญจวรรณ" จาก ร.พ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เผยเรื่องอินเทรนด์ "สมุนไพร กับ โรคมะเร็ง"

หมอเบญ หรือ เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ ประจำโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คอลัมน์นิสต์ "หมอยาไทย" แวะเวียนมาทักทาย และ ให้ความรู้กันอีก ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ในคอลัมน์ "หมอยาไทย" ประจำวันพุธที่ 7 ก.พ.2561 

ผู้สื่อข่าวกองบรรณาธิการ www.medhubnews.com เว็บไซต์สุขภาพของคนรุ่นใหม่ และ เพจ sasook รายงานว่า หมอเบญ หรือ เบญจวรรณ ได้เขียนถึงโรคมะเร็งได้น่าสนใจมาก 

ถ้าพูดถึง “มะเร็ง” ทุกวันนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก แต่แม้จะรู้จักก็ไม่มีใครอยากสนิทสนมด้วยแน่นอน เพราะเจ้ามะเร็งร้ายล้วนทำลายความสุข สุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วย สถิติปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปีละมากกว่า 6 หมื่นราย มากเป็นอันดับ 1 ทั่วโลกมีรายงานการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ปีละกว่า 8 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี “มะเร็ง” จึงเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก

ในประเทศไทย มะเร็งที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรก ในเพศชาย คือ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และ ในเพศหญิง คือ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ

ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์มักป่วยในระยะลุกลามมากกว่าระยะเริ่มต้น โอกาสหายขาดจึงมีน้อย แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้า

มีเครื่องมือที่ทันสมัยแต่ก็ยังไม่สามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลงได้ กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งจึงต้องการหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพและการรักษา รวมถึงที่พึ่งด้านจิตใจเพื่อช่วยเยียวยาและเป็นทางเลือกในการรักษามะเร็งอีกทางหนึ่ง

ในทางการแพทย์แผนไทย ยาสมุนไพรก็นับเป็นอีกทางเลือกเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน อาทิ หญ้าปักกิ่ง ขมิ้นชัน มะขามป้อม พลูคาว ปัญจขันธ์ เห็ดหลินจือ

แต่ สำหรับสมุนไพรที่มีข้อมูลงานวิจัยรองรับใช้อย่างแพร่หลาย เห็นจะหนีไม่พ้น หญ้าปักกิ่ง หรือ หญ้าเทวดา

หญ้าปักกิ่ง หญ้าเทวดา หรือเล่งจือเฉ้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Murdania loriformis ( Hassk ) Rolla Rao et Kammathy อยู่ในวงศ์ Commelinaceae เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ไม้ล้มลุก สูง ประมาณ 7-10 ซ.ม. และอาจสูงได้ถึง 20 ซ.ม.

ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอดรวมกันเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกมีสีฟ้าปนม่วง ใบประดับกลม ยาวประมาณ 4 ม.ม.ร่วงง่าย  ชอบดินร่วนหรือดินปนทราย งอกงามในที่มีแดดรำไร ไม่ต้องการน้ำมาก เพาะปลูกโดยการเพาะชำหรือเพาะเมล็ด มีถิ่นกำเนิดของหญ้าปักกิ่งอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ตามสรรพคุณยาจีน ใช้บรรเทาอาการทางเดินหายใจและขับพิษ ในประเทศไทยมีความนิยมใช้ในกลุ่มอาการ แก้น้ำเหลืองเสีย ยาเย็นแก้ไข้ร้อนใน เสริมภูมิคุ้มกัน และใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง

โดยเริ่มต้นที่ คุณลุงณรงค์ สุทธิกุลพาณิช บุรุษอาวุโสผู้เปี่ยมด้วยจิตสาธารณะ นำต้นหญ้าปักกิ่งมาในเมืองไทยและใช้ในผู้ป่วยมะเร็งอย่างจริงจังกว่า 40 ปี แจกจ่ายให้ผู้ป่วยใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่แลกกับการจดบันทึกประสบการณ์ จนกระทั่งจัดตั้งเป็น “ชมรมหญ้าปักกิ่งต้านมะเร็ง” เพื่อส่งเสริมการศึกษา วิจัยและเผยแพร่วิธีการใช้อย่างถูกต้อง

งานวิจัยหญ้าปักกิ่งได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหิดล ( พ.ศ. 2532-2537 ) องค์การเภสัชกรรม ( พ.ศ. 2542-2543 ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ( พ.ศ. 2546 ) มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และเงินบริจาคจากภาคเอกชน

ก่อให้เกิดองค์ความรู้ด้านการต้านมะเร็งของหญ้าปักกิ่ง พบสารที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งในหญ้าปักกิ่ง คือ กลัยโคสฟิงโกไลปิด ( Glycosphingolipid ) ที่มีชื่อว่า G1b ซึ่งเป็นกลุ่มไขมันที่มีขั้วเป็นองค์ประกอบของเซลล์ผิว กลัยโคสฟิงโกไลปิด มีหน้าที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน พบว่า กลัยโคสฟิงโกไลปิด ของเซลล์มะเร็งแตกต่างจากเซลล์ปกติ

จึงคาดว่า นอกจาก ฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งโดยตรงต่อเซลล์มะเร็งเต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่และตับ ระดับปานกลางในหลอดทดลอง G1b  อาจมีฤทธิ์ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจากการทดลองเบื้องต้นพบว่า G1b เพิ่มอัตราส่วนของ CD 3, 4 : CD 3, 8 ที่ผิวของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยงในวันที่ 3 และ 7 จากการตรวจความเป็นพิษเฉียบพลันและความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังของน้ำคั้นพบว่ามีความปลอดภัยแม้ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน 3 เดือน 

และจากประสบการณ์การใช้จริงในผู้ป่วยมะเร็ง ต่างตรงกันคือ เมื่อได้รับน้ำคั้นหญ้าปักกิ่งทำให้ไม่พบอาการข้างเคียงของากรฉายรังสีและเคมีบำบัด รวมถึง ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นยืดอายุผู้ป่วยและช่วยให้มีความแข็งแรงขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

กล่าวโดยสรุปคือ “หญ้าปักกิ่ง” มีสาระสำคัญ “กลัยโคสฟิงโกไลปิด ( Glycosphingolipid )” มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่  มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านการก่อกลายพันธุ์ มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเป็นพิษกับเซลล์มะเร็ง

จากข้อมูลการศึกษา รวมถึงประสบการณ์การใช้มาอย่างยาวนานของชมรมหญ้าปักกิ่ง จึงไม่แปลกที่ “หญ้าปักกิ่ง” จะเป็นสมุนไพรแห่งความหวังของผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลก

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้หญ้าปักกิ่งในชีวิตประจำวันได้ในรูปแบบของอาหาร และเครื่องดื่ม ที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพหลีกเลียงสารเคมีรับประทานอาหารที่มีสานต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยสร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้ห่างไกลมะเร็ง

เรื่องน่ารู้ : วิธีการใช้หญ้าปักกิ่ง

1 หญ้าปักกิ่งที่ใช้เป็นยาต้องมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป ปลูกด้วยวิธีการเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี

2 คั้นน้ำดื่ม :  2 ช้อนโต๊ะ ( 30 มิลิลิตร ) วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นก่อนอาหาร ( เด็กควรลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง )

รับประทานติดต่อกัน 4 วัน หยุดยา 3 วัน (เพื่อป้องกันกร่างกายเย็นจากยาและดูแลระบบไหลเวียนเลือด)

วิธีเตรียม นำส่วนเหนือดินหรือทั้งต้น จำนวน 3 ต้น ล้างให้สะอาด โขลกในครกสะอาด เติมน้ำต้มสุก 2 ช้อน โต๊ะ กรองผ้าขาวบาง แบ่งรับประทานเช้า เย็น

3 กรณีรับประทานแบบแคปซูล 2-3 แคปซูล ก่อนอาหาร สามมื้อ ( รับประทาน 4 วัน เว้น3 วัน )

เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารข้อมูล

ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 

www.medhubnews.com เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ ของคนรุ่นใหม่

ข่าวจริง.......ชัวร์

"Health News Leader Thailand and Health Data Science" 

https://www.facebook.com/Dr.sasook 

 

12 กุมภาพันธ์ 2018

ผู้ชม 3987 ครั้ง

Engine by