กรมสุขภาพจิตย้ำ "สาวประเภทสอง" กลุ่มเพศทางเลือกต้องได้รับความเท่าเทียม เสมอภาค ศักดิ์ศรี คุณค่า และ วิถีชีวิต

 

จากกรณี คุณพัชรณัฐฎ์ มิเชลเจลมี่ อายุ 24 ปี สาวประเภทสอง แชร์ประสบการณ์เตือนภัย สำหรับผู้ที่ชอบเดินทางตามลำพังในช่วงเวลากลางคืน โดย เดินทางกลับจากเจริญกรุง กทม. เพื่อมาลงที่ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อเดินทางกลับบ้านที่นครชัยศรี จ.นครปฐม

 

แต่ในขณะที่นั่งโดยสารไปได้ประมาณครึ่งทางเท่านั้น คนขับรถแท็กซี่ได้พูดยียวน แกล้งถามว่าถ้าหากให้ลงกลางทางจะกลับบ้านเองได้ไหม ซึ่งข้างทางนั้นเต็มไปด้วยป่าหญ้ารก ทุ่งนา ทางเปลี่ยว

ภาพจาก amarintv

จากนั้นคนขับจึงชวนตนให้มานั่งเบาะหน้าคู่กัน ด้วยความกลัวจึงยอม ขณะนั้นคนขับถามว่า แปลงเพศมาหรือยัง พร้อมขอจับหน้าอก จอดรถข้างทาง

โดยที่แท็กซี่หื่นได้ปลดซิปและทำการช่วยเหลือตัวเอง บังคับให้จับและอมอวัยวะเพศ แต่ตนขอว่าอย่า อยากกลับบ้าน ประกอบกับแบตโทรศัพท์หมด และไม่กล้าหนีเพราะกลัวถูกทำร้าย และคนขับยังบอกตนด้วยว่า “ถ้าน้องอยากมีความสุข น้องให้พี่ 3 พันบาทพอ เป็นค่าเช่ารถ พี่จะได้ไปมีเซ็กซ์กับน้อง

ก่อนลงหน้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ คนขับได้จอดรถและหันมาลูบขาตน แล้วบอกว่าเป็นการมัดจำไว้ก่อน ซึ่งตนยอมให้เขาจับเพื่อจะได้ถ่ายรูปไว้ แต่พอคนขับลูบหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตนจึงรีบคว้าสัมภาระแล้วปิดประตูออกจากรถทันที

ด้าน นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่องที่สังคมต้องตระหนักและเป็นห่วงในเรื่องสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะ สาวประเภทสอง และ กลุ่มเพศทางเลือก ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เหมาะสม คำนึงถึงความเสมอภาค ศักดิ์ศรี คุณค่าและวิถีชีวิต  

โดย นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ระบุว่า ทางกรมสุขภาพจิต ได้สร้างความเท่าเทียมในโรงพยาบาลของกรมฯ ซึ่งมีผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นกลุ่มเพศทางเลือกมากขึ้น โดยที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยฯ พบผู้ป่วยกลุ่มนี้เข้ารักษาในปี 2560 ร้อยละ 6 ของผู้ป่วยทั้งหมด ทุกรายเป็นผู้ป่วยใหม่ จึงคาดว่าทั่วประเทศจะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้น 

“ผู้ป่วยที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นกลุ่มที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากสังคมไทยยังให้ความสำคัญกับความเป็นชายและความเป็นหญิง จนมองข้ามในความหลากหลายเพศ ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเพศทางเลือกถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับความเคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

ประกอบกับมีความอ่อนไหวทางวัฒนธรรม ส่งผลให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความไวต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่มากระทบกระเทือนด้านจิตใจ จะยิ่งทำให้มีอาการยุ่งยากซับซ้อนกว่าผู้ป่วยทั่วไป

กรมสุขภาพจิตจึงมีนโยบายให้โรงพยาบาลจิตเวชทุกแห่ง จัดระบบริการผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยให้จัดทีมสหวิชาชีพให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจต่อการให้บริการ มุ่งเน้นให้การดูแลตามวิถีการดำเนินชีวิตแบบที่เขาเป็น ( Lifestyle ) คำนึงถึงความเสมอภาคและศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความปลอดภัย”

โดยขณะนี้ทาง โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ จัดระบบบริการผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มเพศทางเลือก เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยไปรับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โดยจะส่งพบบุคลากรที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ

เช่น กรณีเพศกำเนิดเป็นชายแต่มีจิตใจเป็นหญิงจะส่งพบบุคลากร ที่เป็นผู้หญิง หากมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้ตั้งทีมสหวิชาชีพ 1 ชุด ประกอบด้วย จิตแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาคลินิกร่วมกันพิจารณา

กรณีผู้ป่วยยังไม่ได้แปลงเพศ ทีมผู้ดูแลจะพิจารณาลงความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยว่าจะส่งไปที่ตึกผู้ป่วยชายหรือตึกผู้ป่วยหญิง

โดยใช้เกณฑ์การประเมินจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏและแบบประเมินทางจิตวิทยาคลินิก ในกรณีที่ผู้ป่วยแปลงเพศแล้วจะส่งผู้ป่วยเข้าตึกผู้ป่วยที่ตรงตามความต้องการและให้บริการเช่นเดียวกับผู้ป่วยรายอื่นที่อยู่ในตึกเดียวกัน

ทั้งนี้ จากการประเมินผลจัดบริการผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นกลุ่มเพศทางเลือกพบว่าได้สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการผู้ป่วยมีความพึงพอใจ และ มีความปลอดภัย คิดเป็นร้อยละ 100

แท็กซี่หื่น 

เมดฮับ นิวส์ medhubnews.com 

เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ  สาธารณสุข การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ วาไรตี้ ฯลฯ 

Thailand Health and Wellness News  

ติดตามข่าวสารจาก medhubnews.com ได้จาก Facebook : sasook ของเรา 

17 พฤษภาคม 2018

ผู้ชม 785 ครั้ง

Engine by shopup.com