แพทย์เตือนถูกงูกัด ห้าม "ดูดแผล ขันชะเนาะ" เลียนแบบละคร มุกตลก เสี่ยงตาย

หมวดหมู่: ANIMAL HEALTH

 

MED HUB NEWS - จากข่าวสารต่างๆ ทั้งในไทย และ ต่างประเทศ จะพบว่าในแต่ละปีมีผุ้เสียชีวิตจากการโดนงูกัดจำนวนมาก ล่าสุด  กอง บ.ก. medhubnews.com เว็บไซต์สุขภาพ สาธารณสุข การท่องเที่ยว วาไรตี้  และ เพจ sasook รายงานว่า 

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ กล่าวถึงความอันตรายของสัตว์มีพิษว่า บางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ประชาชนอาจได้รับอันตรายจากการถูกสัตว์มีพิษ เช่น ตะขาบ แมงป่อง โดยเฉพาะงู ที่หนีน้ำมาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านกัดได้ จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงการเดินในบริเวณที่รก มีหญ้าสูง

ที่น่าห่วงคือยังมีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิด บางส่วนอาจจดจำจากละครว่า หากถูกงูกัดให้ดูดแผลเพื่อเอาเลือดที่มีพิษงูออกจากแผล หรือกรีดแผลแล้วพอกยา ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจะทำให้แผลสกปรก เกิดการติดเชื้อ และอาจเป็นบาดทะยักได้

วิธีที่ถูกต้องคือ ต้องล้างแผลด้วยน้ำสะอาด  เคลื่อนไหวขาหรือแขนที่ถูกกัดน้อยที่สุด โดยใช้ไม้กระดาน กระดาษแข็งๆ รองดามไว้ รีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หากทำได้ขอนำซากงูที่กัดไปด้วย เพื่อให้การรักษาถูกต้อง รวดเร็ว

สำหรับการขันชะเนาะ โดยใช้ผ้าหรือเชือกรัดเหนือบริเวณที่ถูกงูกัดให้แน่นพอสอดนิ้วได้ แล้วคลายออกทุก 15 นาที ช่วยลดปริมาณพิษงูแผ่ซ่านได้เพียงเล็กน้อย

อาจได้ประโยชน์บ้างในกรณีที่เป็นงูพิษที่มีผลต่อระบบประสาท และไม่สามารถไปพบบุคลากรทางการแพทย์ได้ในเวลาอันสั้น

แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำ เนื่องจากมักทำไม่ถูกวิธี รัดแน่นและนานเกินไป ทำให้เนื้อเยื่อตายจากการขาดเลือด และยังห้ามทำในกรณีที่เป็นงูพิษต่อระบบเลือด

เพราะจะทำให้มีการบวมและเลือดออกบริเวณแผลมากขึ้น จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา ในปี 2558  มีรายงานผู้ถูกงูกัด 4,618 ราย  ไม่มีผู้เสียชีวิต พบมากในช่วงปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ผู้ป่วยสูงสุดในเดือนตุลาคม

ทั้งนี้ หากถูกงูกัด สามารถสังเกตว่าเป็นงูพิษหรือไม่ โดยดูจาก 1.รอยเขี้ยว มี 2 ข้าง และมีอาการบวมแดงรอบ ๆ รอยกัด บางครั้งอาจเห็นเพียงรอยเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าถูกกัดบริเวณปลายมือปลายเท้า หรือบางครั้งอาจเห็นมากกว่า 2 รอยในกรณีที่ถูกกัดมากกว่า 1 ครั้ง

2.อาจมีอาการปวดอย่างรุนแรง  3.คลื่นไส้อาเจียน 4.หายใจติดขัด หากรุนแรงอาจหยุดหายใจได้ 5.สายตาขุ่นมัว 6.มีน้ำลายมากผิดปกติ

และ 7.หน้าชาไม่รู้สึกหรือชาตามแขนขา โดยพิษนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของงู เช่นงูเห่างูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา จะมีพิษต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหนังตาตก กลืนลำบาก พูดไม่ชัด และหยุดหายใจ

สำหรับ กรณีที่เป็นข่าวไม่พอใจ รพ.เนื่องจากรอช้า และ เหตุสลดใจ เมื่อ ด.ช.อาริล วัย 14 ปี ชาวอินโดนีเซีย โพสต์รูปถ่ายขอความช่วยเหลือหลังถูกงูเห่า ( สื่อท้องถิ่นอินโดนีเซียบางแห่งรายงานว่าเป็นงูจงอาง )

โดยเป็นงูที่เขาเลี้ยงไว้กัดแขนขณะอยู่บ้าน แต่ไม่ถึง 12 ช.ม. ก็เสียชีวิตลง เหตุเกิดที่เมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย

เนื่องจากตัวเขาไม่ไปหาหมอ แต่พยายามใช้เชือกผูกรองเท้ารัดรอบแขนเพื่อห้ามเลือดไม่ให้พิษงูแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย

ซึ่งเป็นความเชื่อโบราณผิดๆ และสื่อนำเสนอไม่ถูกต้อง ประชาชนยังจำภาพ และ มุกตลก เช่น งูกัดมือ เอาเชือกมาผูกแขนกันพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ.......เป็นต้น   

ขอบคุณภาพจาก เดลี่เมล์

เมดฮับ นิวส์ medhubnews.com 

เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ สาธารณสุข การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ วาไรตี้ ฯลฯ 

Thailand Health and Wellness News   

ติดตามข่าวสารจาก medhubnews.com ได้จาก Facebook : sasook ของเรา 

12 ธันวาคม 2561

ผู้ชม 1293 ครั้ง

Engine by shopup.com