วิกฤต ! หลาย รพ. ขาดแคลนหน้ากากอนามัย บำรุงราษฎร์ กำลังเข้มงวดชูมาตรการเฝ้าระวังไวรัสโคโรนาสูงสุด ด้วยวิธีปฏิบัติที่ได้ผลเป็นเลิศ

วิกฤต โรงพยาบาลไทย หมอไทยขาดแคลนมาสก์ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวัน สาเหตุที่ขาด เพราะตามกฎหมาย โรงพยาบาลไม่สามารถกักตุนหน้ากากได้เกิน 3 เดือน

และสินค้าถูกดักซื้อจากพ่อค้าคนกลางก่อนมาถึงโรงพยาบาล เพราะสามารถนำไปขายต่อในราคาสูงให้กับร้านขายยาได้ของจึงขาดสต็อก บริษัทจึงไม่มีหน้ากากส่งให้โรงพยาบาลตามกำหนด

แต่สำหรับ บำรุงราษฎร์ กำลังเข้มงวดชูมาตรการเฝ้าระวังไวรัสโคโรนาขั้นสูงสุด ตั้งศูนย์บัญชาการประเมินและปรับตัวตามสถานการณ์ พร้อมติดตั้งกล้องเทอร์โมสแกนคัดกรองกลุ่มสงสัย

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019  News Update :  สืบเนื่องจากการประกาศแจ้งเตือนของกระทรวงสาธารณสุข ถึงการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ในช่วงที่ผ่านมานั้น  

เว็บไซต์ medhubnews.com ข่าวสังคม สุขภาพ สาธารณสุข ท่องเที่ยว วาไรตี้  และ เพจ sasook รายงานว่า ผศ. นพ. วิชัย เตชะสาธิต แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ได้ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้มีมาตรการการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและมีการตรวจคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยมาอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งเป็นโรงพยาบาลระดับสากลที่รองรับผู้ป่วยต่างชาติ ถึงร้อยละ 50 หรือกว่า 520,000 รายต่อปี จึงมีการติดตามและประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นทั่วโลก

โดยมาตรการเฝ้าระวังดังกล่าวจะได้รับการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ และปรับตามความเหมาะสมให้เท่าทันกับสถานการณ์และสอดรับกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข

โดยล่าสุด โรงพยาบาลฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย ผู้ใช้บริการ และบุคลากรของโรงพยาบาลฯ ด้วยมาตรการขั้นสูงสุด ได้แก่

1 ติดตั้งเครื่อง Thermal Imaging Camera เพื่อตรวจจับผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายเกินกำหนด ครอบคลุมทุกพื้นที่ 2 เตรียมห้องแยกโรคความดันลบ (negative pressure room)

พร้อมด้วยอุปกรณ์และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยไม่ให้ปะปนกับผู้อื่น

3 การเข้มงวดและเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์สาธารณะต่าง ๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อคุณภาพสูง มีการกำจัดขยะและของเสียอย่างเหมาะสม

4 มีการตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และประชุมกับผู้ชำนาญการเพื่อปรับแผนรองรับสถานการณ์ตามความเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา 5 ให้ความรู้ด้านการป้องกันตนเองแก่ผู้ป่วยและพนักงานอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มจุดบริการ Cultural Help Desk ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับอาการและข้อสงสัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา

และยังเป็นจุดคัดกรองทุกทางเข้าของอาคาร ปรับผังการขึ้นลงลิฟต์และเส้นทางเข้า-ออกอาคารเพื่อให้ผู้รับบริการต้องผ่านมายังจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายด้วยเครื่อง Thermal Imaging Camera และเครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ และผ่านจุดคัดกรองในทุกทางเข้าอาคาร ให้บริการหน้ากากอนามัย

เพิ่มบริการจุดวางแอลกอฮอล์ล้างมือ พร้อมจัดทำสื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันไวรัสโคโรนาครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในโรงพยาบาล รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดียของโรงพยาบาลอีกด้วย

ผศ. นพ. วิชัย เตชะสาธิต กล่าวว่า “ทุกวันนี้ ประชาชนได้รับข่าวสารทางสื่อโซเซียลที่นำเสนอจากหลากหลายแหล่งที่มาด้วยความรวดเร็ว

จึงอยากแนะให้ประชาชนพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือจากแหล่งที่มาและข้อเท็จจริง และไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป

ขณะเดียวกันก็ควรปฏิบัติตัวดูแลป้องกันโรคติดเชื้อ ด้วยการล้างมือบ่อย ๆ ให้สะอาดด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์, พบแพทย์

เมื่อมีอาการหวัด มีน้ำมูก มีไข้ ไอจาม, สวมหน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง

เมื่อมีความเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่นอย่างใกล้ชิด และแนะนำเพื่อนและญาติมิตรที่มีความเสี่ยงไม่ควรออกไปพบปะผู้อื่น เป็นต้น”

ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยังได้นำวิธีปฏิบัติที่ได้ผลเป็นเลิศ (Best Practice) ที่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ ได้เรียนรู้จากการสกัดกั้นการแพร่กระจายของโรคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อาทิ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส และโรคเมอร์ส มาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในปัจจุบัน

เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ป่วยและบุคลากรภายในโรงพยาบาล ตลอดจนชุมชนในบริเวณใกล้เคียง

05 มีนาคม 2563

ผู้ชม 1620 ครั้ง

Engine by shopup.com