บทความ

พ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่อยากให้ลูกน้อย ทรมาน ต้องอ่าน โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แพทย์ชี้โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามเลย

เว็บไซต์สุขภาพ ข่าวสาธารณสุข ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ - พ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่อยากให้ลูกน้อย ทรมาน ต้องอ่าน โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แพทย์ชี้โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามเลย 

News Update วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 - ข่าวล่าสุดวันนี้  : สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ ชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กแห่งประเทศไทย

ร่วมกันจัดเสวนาออนไลน์ World Atopic Dermatitis Day 2020  โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามของคนไทย

ล่าสุด เว็บไซต์ medhubnews.com ข่าวสังคม สุขภาพ ท่องเที่ยว วาไรตี้ และ เพจ sasook ทวิตเตอร์ @medhub_news รายงานว่า โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic Dermatitis

มีอาการผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังและคันมาก มักขึ้นตามตัวหรือบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย

ซึ่งเป็นโรคใกล้ตัวและเกิดขึ้นกับคนทุกเพศทุกวัย แต่น้อยคนนักที่จะตระหนักและเข้าใจว่าอาการที่เกิดขึ้น

หรืออาจไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคนี้อยู่ จึงไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ก่อให้เกิดอาการเรื้อรังได้

สำหรับลักษณะผื่นของโรคภูมิแพ้ผิวหนังในผู้ป่วย มี 3 แบบ ได้แก่ ระยะเฉียบพลัน  คือ มีผื่นบวมแดงที่มีตุ่มน้ำขนาดเล็ก บางรายอาจมีน้ำเหลืองไหลซึมออกมา มีอาการคันมาก

ระยะกึ่งเฉียบพลัน คือ ผื่นแดง ตุ่มน้ำ แห้งเป็นสะเก็ด มีขุยบ้าง มีอาการคันมาก

ระยะเรื้อรัง  คือ ผื่นจะมีสีไม่แดงมากหรือออกสีน้ำตาล อาจนูนหนา และเห็นร่องผิวหนังชัดเจน มีอาการคันมากผู้ป่วยภาวะเรื้อรังบางรายมีอาการคันรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตและครอบครัว

ตลอดจนกระทบความมั่นใจและการเข้าสังคม ผู้ป่วยบางรายอาจเลือกที่จะใส่เสื้อผ้าปกคลุมผิวหนังหลายๆ ส่วนของร่างกาย

เนื่องจากความอาย จนนำไปสู่ผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เกิดความเครียด กังวล และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ในที่สุด

ศ. พญ. กนกวลัย กุลทนันทน์ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ทุกวันที่ 14 กันยายนของทุกปีเป็น วันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโลก หรือ World Atopic Dermatitis Day

มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนในวงกว้างเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง  ซึ่งเป็นโรคใกล้ตัว

แต่ถูกมองข้าม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการให้บริการด้านวิชาการ ด้วยการมอบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคผิวหนัง

การรักษาที่เป็นมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการและปลอดภัยแก่แพทย์และประชาชนทั่วไป

และในวันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโลก หรือ World Atopic Dermatitis Day นี้

ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ และวงการแพทย์ไทย ได้มีโอกาสมอบองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจ

ให้แก่ประชาชนไทยเกี่ยวกับโรคโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ที่นับว่าเป็นโรคใกล้ตัวที่คนไทยส่วนใหญ่ยังมองข้าม”

ศ. พญ. ศิริวรรณ วนานุกูล ประธานชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กแห่งประเทศไทย

ผศ. พญ. สุวิรากร  ธรรมศักดิ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การจัดงาน เสวนาในครั้งนี้ เราจัดในรูปแบบออนไลน์เพื่อเปิดกว้างให้ประชาชนทุกคนได้เข้ามารับฟังข้อมูล

รวมทั้งสอบถามข้อสงสัยต่างๆ โดยตรงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเครือข่ายของเราที่ร่วมบรรยายและเสริมความรู้เกี่ยวกับอุบัติการณ์ของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังให้เข้าใจมากขึ้น

ตลอดจนเรื่องของอาการของโรค การดูแลตนเอง และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ที่เป็นโรคนี้สามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รวมทั้งผู้ที่สงสัยว่าตัวเองเป็นหรือไม่ ได้ไปพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างตรงจุด”

ด้าน ศ. พญ. ศิริวรรณ วนานุกูล ประธานชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็ก

โดยมีผื่นเป็นๆ หายๆ เด็กบางคนอาจยังคงมีอาการเรื้อรังต่อไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ การร่วมมือกับสมาคมแพทย์ผิวหนังฯ ในการจัดงานเสวนาออนไลน์ในครั้งนี้

ทางชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กฯ มุ่งหวังว่าจะเป็นเวทีให้ความรู้สำหรับพ่อ แม่ ผู้ปกครองได้เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น เพื่อลดความวิตกกังวลและมีแนวทางการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพของลูกน้อยอย่างถูกต้องเหมาะสม

ตลอดจนส่งต่อความรู้ที่ถูกต้องกับเด็กในการดูแลตัวเอง เพื่อให้บุตรหลานของท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้”

สาเหตุของ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic Dermatitis  รศ. พญ. ปภาพิต ตู้จินดา หัวหน้าสาขาวิชาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง และอิมมูโนวิทยา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า

“โรคนี้ยังไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยภายในของคนไข้ที่เกิดความผิดปกติของผิวหนังร่วมกับการ

มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในกรณีที่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้

ได้แก่ การแพ้อาหาร โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคหอบหืด และโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ บุตรมีโอกาสที่จะเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ร้อยละ 38

แต่หากทั้งบิดาและมารดามีประวัติเป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้ บุตรจะมีโอกาสในการเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 58 แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง

คือ มีสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการกำเริบ โดยคนไข้แต่ละรายจะมีปัจจัยที่กระตุ้นที่แตกต่างกัน ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย เช่น ภาวะอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด การติดเชื้อที่ผิวหนัง การแพ้อาหารบางชนิด

เช่น ไข่ นมวัว หรือแป้งสาลี การแพ้สารเคมีบางชนิด การใส่เสื้อผ้าที่ระคายเคือง หรือสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นต้น”

05 พฤศจิกายน 2563

ผู้ชม 363 ครั้ง

Engine by shopup.com