บทความ

นวดไทย นวดสปา เฮ กรม สบส. เปิดโอกาสให้ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็น สถานกักกันทางเลือก อีกรูปแบบนึง

เว็บไซต์สุขภาพ ข่าวสาธารณสุข ท่องเที่ยว - นวดไทย นวดสปา เฮ กรม สบส. เปิดโอกาสให้ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็น สถานกักกันทางเลือก อีกรูปแบบนึง

News Update วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563 - ข่าวล่าสุดวันนี้ : นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์  อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข 

เผยภายหลังตรวจเยี่ยมมาตรฐานการให้บริการและการป้องกันโรคโควิด-19 ที่ร้านสปาในจังหวัดพัทลุง

เพื่อประเมินสถานการณ์ วันนี้ และ จากเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาว่า เป็นระยะเวลากว่า 4 เดือนแล้ว

ที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค อนุญาตให้กิจการสปาและนวดเปิดให้บริการได้ 

แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการของกรม สบส. โดยก่อนเปิดร้านต้องมีการประเมินตนเอง ( Self-Assessment ) ซึ่งร้านที่ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเป็นร้านที่ผ่านการประเมินเป็นร้านแรกๆ 

พบว่าปฏิบัติตามมาตรการเป็นอย่างดี  ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดอุณหภูมิ มีบริการอ่างล้างมือและมีเจลแอลกอฮอล์สำหรับลูกค้า มีการสวมหน้ากากทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ

โดยพนักงานนวดมีการสวมหน้ากากเฟซชิลด์อีก 1 ชั้น ผู้รับบริการต้องกรอกข้อมูลเพื่อคัดกรองก่อนรับบริการ พนักงานนวดมีการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนและหลังการให้บริการ

มีการทำความสะอาดพื้นผิวจุดสัมผัสต่างๆ ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ สิ่งของต่อคนต่อครั้ง

โดยกรม สบส.ได้ย้ำกับผู้ประกอบการให้เคร่งครัดในมาตรการป้องกันโรค การ์ดห้ามตก เพื่อควบคุม ป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในกิจการสปาและนวด

ซึ่งเป็นกิจการที่ต้องให้บริการอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้รับและผู้ให้บริการ และเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ประเทศไทยเกิดการระบาดระลอกที่ 2

เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ต้องปิดกิจการเพื่อควบคุมโรคเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อต้นปี

จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทำให้ประเทศไทยฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

เว็บไซต์ medhubnews.com ข่าวสังคม สุขภาพ ท่องเที่ยว วาไรตี้ และ เพจ sasook ทวิตเตอร์ @medhub_news  รายงานว่า กรม สบส.

ยังมีแนวคิดให้สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็นสถานกักกันทางเลือกอีกรูปแบบนึง

เบื้องต้นได้ผ่านความเห็นชอบโดยหลักการจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบค.) แล้ว

หลายคนสงสัยว่า สำหรับ สถานที่กักตัวโรคระหว่าง State quarantine และ Alternative state quarantine แตกต่างกันอย่างไร

เรามาย้ำเตือนอีกครั้ง ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุถึงสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้ ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย

เรียกว่า State quarantine มีแนวทาง โดยคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศทุกคนจะถูกกักกันตัวเพื่อสังเกตอาการ ณ สถานที่กักกันโรค ไม่น้อยกว่า 14 วัน

โดยสถานที่กักตัวจะมีการคัดกรองอาการ ติดตามอาการทางเดินหายใจทุกวัน พร้อมทั้งระหว่างนั้นมีการเก็บตัวอย่างทางเดินหายใจ

ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประมาณอย่างน้อย 2 ครั้ง และ ผู้เดินทางที่ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

หรือมีอาการป่วยเข้าได้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ในระหว่างกักกันตัว จะถูกส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ส่วน Alternative state quarantine นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) อธิบาย ว่า Alternative state quarantine เป็นรูปแบบที่ปรับมาจากสถานกักกันของรัฐ

แต่อันนี้จะเป็นทางเลือก โดย state quarantine รัฐเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ ซึ่งคนไทยที่กลับจากต่างประเทศก็จะไปพักเพื่อเฝ้าระวังอาการ 14 วัน

แต่กรณี Alternative state quarantine จะเป็นคนต่างชาติ หรือคนไทยบางกลุ่มที่เข้ามา และพร้อมชำระค่าที่พักตรงนี้เอง

เพราะอาจสะดวกตรงใกล้บ้านกว่า ซึ่งจริงๆ ระบบจะไม่แตกต่างกัน โดยผู้ที่เดินทางมาเข้าพักจะต้องเป็นผู้ชำระเอง

ก่อนจะร่วมเป็น Alternative state quarantine จะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินก่อน และหากผ่านประเมินแล้ว ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) จะประกาศผ่านเว็บไซต์

และจะส่งให้กระทรวงต่างประเทศ เพื่อให้กับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งสถานที่ก็มีทั้งใจกลางเมือง และกระจายโดยรอบ ซึ่งจะเป็นไปตามการสมัครของโรงแรมเอง

“ที่ผ่านมามีข้อกังวลว่า บางแห่งได้เปิดการบริการอื่นๆ เช่นร้านค้าร้านอาหาร มีการจัดระบบอย่างไร ตรงนี้ขอให้มั่นใจ เพราะมาตรฐานกำหนดให้พื้นที่แยกชัดเจน

การจัดบริการอาหารก็ต้องแยก ลิฟท์ก็ต้องแยกจากกัน และมีระบบกล้องซีซีทีวี อีกทั้ง ยังมีหน่วยบริการทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้มาคอยติดตาม รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงก็มีการติดตามเช่นกัน” นพ.ธเรศ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สามารถเช็กรายชื่อ  State quarantine

และ Alternative state quarantine ผ่าน http://www.hsscovid.com/ 

20 ตุลาคม 2563

ผู้ชม 408 ครั้ง

Engine by shopup.com