ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศพบ “ขมิ้นชัน” สุดยอดสมุนไพร ต่างชาติยก "Thailand Herb Hub"

หมวดหมู่: TOURISM HEALTH & WELLNESS NEWS

MED HUB NEWS - หลังจาก เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ medhubnews.com  รายงานว่า  สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ( สนค .) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงโครงการจัดทำยุทธศาสตร์ และ ฐานข้อมูลสมุนไพรนั้น ( อ้างอิง สำนักงาน สนค.) 

ทาง สนค.จ้างที่ปรึกษาจาก ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย เพื่อประเมินศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศของผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้าสมุนไพร

รวมถึงบทบาทของภาครัฐที่จะสนับสนุนและผลักดันสินค้าและผลิตภัณฑ์สู่สากล ประกอบกับนำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางให้ใช้หลักการตลาดนำการผลิต ภายใต้ “ยุทธศาสตร์การเพิ่มศักยภาพตลาดสมุนไพรไทย”

จาก 4 สมุนไพรนำร่อง ประกอบด้วย ขมิ้นชัน ไพล บัวบก และกระชายดำ จากผลการศึกษาโครงการฯ พบว่า ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ขึ้นแท่น "Thailand Herb Hub"

ส่วนใหญ่ถูกส่งเข้าสู่โรงงานแปรรูป โดยแบ่งเป็น แปรรูปขั้นต้น และในรูปสารสกัดถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศ

ไพล ถูกแปรรูปเป็นไพลแผ่น และน้ำมันไพลสกัด โดยถูกใช้ในอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง และ สปา 

บัวบก ส่วนใหญ่จะทำการอบแห้งก่อนเข้าสู่การแปรรูปเป็นสารสกัด หัวเชื้อ และน้ำมัน จากนั้นจะเข้าสู่ 3 อุตสาหกรรม คือ อาหารและเครื่องดื่ม ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางและเครื่องประทินผิว 

กระชายดำ ถูกแปรรูปขั้นต้นในรูปแบบอบแห้ง และสารสกัด ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมยา และอาหาร 

ด้าน หมอเบญ หรือ เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์  ประจำโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า "ขมิ้นชัน" ถือเป็นสมุนไพรที่ยอดเยี่ยมมาก หลายๆ คนจะรู้แค่ว่า แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

ซึ่งขมิ้นชัน เป็นราชาเครื่องเทศอันเลื่องชื่อของประเทศอินเดียมามากกว่า 4000 ปี และไทยเราเองโดยเฉพาะพ่อแม่พี่น้องชาวภาคใต้ต่างนำ ขมิ้นชัน มาใช้ประกอบอาหารปรุงอร่อย ( อ้างอิง จาก abhaiherb )

หมอเบญ ระบุว่า  คุณประโยชน์ มีมากมายหลายประการ โดย ขมิ้นชัน รักษาโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน  ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อป้องกันอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ โรคหัวใจและหลอดเลือด ลดอาการแพ้ ลดผื่นคัน สมานผิว บำรุงผิว และในวงการกีฬา มักจะนำ ขมิ้นชัน ไปใช้

เพราะมีสารออกฤทธิ์เคอร์คิวมินอยด์ ซึ่งจัดเป็นฟลาโวนอยด์ ( flavonoids ) ประกอบด้วย เคอร์คิวมิน (curucmin) ดีเม็ทธอกซีเคอร์คิวมิน ( demethoxycurcumin ) และ บิส-ดีเม็ทธอกซีเคอร์คิวมิน ( bis-demethoxycurcumin ) มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ( anti-oxidant ) ต้านการอักเสบ ( anti-inflammation ) อีกด้วย 

รวมทั้ง สามารถรับประทานบำรุงต่อเนื่องได้ทุกวัน ค่าความปลอดภัยสูง เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย รับประทานเบื้องต้น 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น 

แต่ หมอเบญ ก็มีคำเตือนให้จำไว้ว่า "ขมิ้นชัน ห้ามใช้ในคนที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี หรือ ท่อน้ำดีอุดตัน เนื่องจากจะไปเพิ่มการหลั่งน้ำดี อาจมีผลทำให้เกลือในน้ำดีจับกับก้อนนิ่ว ส่งผลให้ก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ และหญิงตั้งครรภ์ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้ ห้ามลืมเด็ดขาดค่ะ" หมอเบญ กล่าว ( คลิ๊กอ่านสาระความรู้สมุนไพรไทย )

เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ สาธารณสุข การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 

( Medical Hub : Tourism Hub ) 

Thailand Health and Wellness News  

29 ธันวาคม 2561

ผู้ชม 11868 ครั้ง

Engine by shopup.com