Spotlight คนข่าวคลั่ง ! ทำไมปลดคน ? ทำไมเจ๊ง ? เรื่องของวงการสื่อ

 

#โฆษณาหด ทีวีดิจิตอล แห่หนีตาย เนชั่นประกาศขาย NOW วอยซ์ ปรับโครงสร้างอีกรอบ

#สิ่งพิมพ์ไทยยังซบเซา นักข่าวเสี่ยงตกงานเพิ่ม นิตยสาร “คู่สร้างคู่สม” “ขวัญเรือน”  จากไป แล้วจะอ่าน - ขาย อะไรกัน ?

ช่วงนี้สถานการณ์ของธุรกิจสื่อทีวีดิจิตอลกำลังอยู่ในภาวะคล้ายๆ หนังเรื่อง "คนข่าวคลั่ง" หรือ Spotlight หนังอเมริกัน แนวดราม่าชีวประวัติ ที่สร้างมาจากเรื่องจริง เป็นเรื่องราวของทีมนักข่าว "สปอตไลท์" หน่วยสืบสวน และสอบสวนของ หนังสือพิมพ์บอสตันโกลบ  ที่พยายามสืบสวนเพื่อเปิดโปงเรื่องสำคัญ

..... เพียงแต่ การคลั่งของคนข่าว ในเวลานี้ คือ "ปัญหาของทีวีดิจิตอล" และ ทางออก ? 

ปัญหาดังกล่าวอยู่ในระหว่าง สงครามแย่งชิงเรตติ้งผู้ชม “ทีวีดิจิตอล” ซึ่งเป็นอะไรที่ลุ้นระทึกอยู่ตลอดเวลา โดยเป้าหมายของทุกช่อง คือการแย่งชิงเค้กก้อนใหญ่จากกลุ่มทีวีอนาล็อกรายเดิม โดยเฉพาะช่อง 3 และช่อง 7 ที่มีส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณา 2 ช่องรวมกันสูงถึง 70% จากมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีรวมกันทั้งหมดประมาณ 68,000 ล้านบาท

ผู้ประกอบการหลายช่องประสบภาวะ “ขาดทุน” เพราะอย่างที่รู้ธุรกิจนี้คือการลงทุนมหาศาลเพื่อให้ธุรกิจยืนต่อไปได้ในระยะยาว

กองบรรณาธิการ www.medhubnews.com เว็บไซต์สุขภาพของคนรุ่นใหม่ และ เพจ sasook รายงานว่า ตั้งแต่ปี 2558  การสร้าง Content ของแต่ละช่อง ได้วาง Positioning ตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. แต่การสร้างเงื่อนไขดังกล่าวทำให้เกิดปัญหามากมาย  

ปัญหาเท่านี้ไม่พอ ทุกช่องต้องสร้างความ “แตกต่าง” ถูกใจคนดู  และ การสร้าง Content ที่หลากหลายเจาะกลุ่มฐานผู้ชมในแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน

เพราะมีตัวแปรคือ “สื่อออนไลน์” ที่ทำให้ พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก ขนาดนักการตลาด ยังตามไม่ทัน

หลายๆ ช่อง ในช่วงที่ผ่านมา มีการเดินในลักษณะทดลองเดิน จึงทำให้เดินผิดทางไปบ้าง  เพราะกำหนดฐานผู้ชมในแต่ละกลุ่มไม่ชัดเจน ดังนั้นวันนี้เราจึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่อง  ปลดคน ?  เจ๊ง ?  การโยกย้ายผู้บริหาร ของสื่อทีวีดิจิตอล

และก็แทบไม่น่าเชื่อว่า “ทีวีดิจิตอล” ที่เคยมองกันว่าดี แต่กลับเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งใหญ่ของคนใน “วงการสื่อสารมวลชน”  

ล่าสุด ช่อง NEW 18 ก็ต้องเปลี่ยน Positioning กับภาพลักษณ์เดิมๆ คือ ข่าว และ สาระ เป็น “สารคดี” ที่ดูเบาสมองกว่า ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของคนไทย การนำเสนอข่าวสาระตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ทางที่จะมีคนดู ทำให้หลาย ช่องมีวาไรตึ้ บันเทิง ดราม่า เข้ามาดึง  เรตติ้งด้วยเสมอ  

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมี “ทีวีดิจิตอล” หากพูดถึงเรื่องข่าว สาระ คนไทยต้องยกให้ “เครือเนชั่น” ของ สุทธิชัย หยุ่น ผู้บริหารสื่อเจ้าของวลีเด็ดด้านจริยธรรมสื่อ "ผิดจากนี้ ไม่ใช่เรา"  

สุทธิชัย เป็นผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรสื่อ “เครือเนชั่น”  สร้างให้เครือเนชั่นเป็นสื่อแถวหน้าของประเทศ มี  Positioning ที่ชัดเจน  คือ การทำข่าว ที่นักข่าวทุกคน คือตัวจริงในสนามข่าว

แต่วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไป คนดูยุคใหม่ แทบไม่รู้จัก เนชั่น  ส่วนคนยุคเดิมก็หันไปเสพข่าวที่มีทางเลือกมากขึ้น ไม่ได้ดูจากแบรนด์เดิมๆ อีกแล้ว

ดั่งที่เห็นปรากฏการณ์ ช่องอมรินทร์ทีวี ที่เรตติ้งช่วงข่าวสูงมาก ไม่ต้องวัดจากที่ไหน จากคนใกล้ตัวคุณนั่นแหละ เนื่องจากพุทธ อภิวรรณ ที่กลายเป็นคนข่าวที่ดึงคนดูได้อยู่หมัดจริงๆ  

ทำให้  “เรตติ้ง” ช่วงไพร์มไทม์ สูงกว่า ช่องไทยรัฐทีวี เสียอีก ขนาดได้  ชูวิทย์ กับ จอมขวัญ มาช่วยในช่วงนี้ แต่ก็เอาไม่อยู่จริงๆ  

ส่วนสื่อด้านกีฬา อันดับหนึ่งของเมืองไทย ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ปฏิบัติการ “ล้างไพ่” ของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยุค พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประกาศ “ยกเลิกสัญญา” การมอบสิทธิในการดูแลสิทธิประโยชน์จากการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ กับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ Siamsport สื่อกีฬาอันดับหนึ่งของเมืองไทย

นอกจากนี้ ยังให้สัญญาของสปอนเซอร์ทุกฉบับ ที่ทำไว้กับสมาคมฟุตบอลฯ ยุติลง ซึ่งในอนาคตต้องจับตามองอีก หากการเมืองไทย เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เมื่อ “ขั้วอำนาจใหม่” ที่กำลังมาแรง กับ นักการเมืองน้ำดี มีโอกาสได้เข้าบริหารประเทศต่อจากรัฐบาลทหาร  

หากใครที่เกาะติดแวดวงกีฬา การเมือง และ รู้ลึกจริงๆ น่าจะทราบถึง กลุ่มก้อนการเมือง กลุ่มธุรกิจ ที่มีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง  โดยเฉพาะใน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่มองจากภายนอกก็น่าจะรู้   

และ ในช่วงที่การเมือง กำลังจะถูกปลดล็อคนี้ ทำให้เริ่มมีการขยับ โดยเฉพาะในวงการ “สื่อสารมวลชนยุคดิจิตอล” การขับเคลื่อน กลุ่มก้อนการเมือง ให้บรรลุเป้าหมาย ก็คือ การใช้สื่อดิจิตอล ซึ่งผิดจากการเลือกตั้งในอดีตอย่างมาก ดังนั้นการวางแผนเรื่องโซเชี่ยลมีเดียวจึงสำคัญมาก  

ขณะที่ สื่อด้านบันเทิงอันดับหนึ่งของเมืองไทย  ต้องให้ “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” หรือ นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย  เจ้าแม่บันเทิง ที่บุกเบิกตลาดนิตยสารบันเทิง เพราะความแปลกใหม่ในยุคนั้น จึงทำให้ทีวีพูลกลายเป็นนิตยสารบันเทิงที่ติดตลาด และ ทรงอิทธิพล ของคนไทย

แต่หลังจาก เจ้าแม่บันเทิง หันมาลุยทีวีดิจิตอล โดยมองว่าจะปั้นช่องไทยทีวี เป็นช่องข่าวบันเทิงอันดับหนึ่ง แต่ก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ และ ปัญหาย่อยมากมาย ตั้งแต่ปี 2558

หากมองอย่างเป็นธรรมที่สุดแล้ว “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ไม่ได้บริหารงานผิดพลาด เพียงแต่การทำธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับ กสทช.ทำให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิด เพราะเจ้าตัว ก็มีความสามารถ และ มีคอนเนคชั่น ที่ไม่ธรรมดา

โดยเฉพาะการทำธุรกิจ ระหว่างเอกชน ที่ทำธุรกิจกับ เอกชน  “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” แค่ยกโทรศัพท์คุย ก็ปิดการขายได้สบายๆ แต่เมื่อปัญหาทีวีดิจิตอลเวลานี้  "ต่อให้เอาพานมาถวายพี่ยังไม่เอาเลย" 

กระแสข่าวต่างๆ ที่บอกว่า วันนี้ทีวีพูล จะต้องถึงตอนอวสานแล้วหรือ ? ต้องตอบคำถามแทน เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล เลยว่า แม้นิตยสารจะซบเซา

แต่สื่อออนไลน์ของ ทีวีพูล ก็แข็งแกร่งมาก ดังนั้น วันนี้ ทีวีพูล แม้จะเงียบๆ ไปบนหน้าจอทีวี สื่อสิ่งพิมพ์ แต่ก็อาจจะกลับมายืนเป็น “เจ้าแม่วงการสื่อบันเทิงออนไลน์” ที่เคยยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง  

ทั้งหมดคือเรื่องของวงการสื่อ #ทีวีดิจิตอล ในยุคสื่อใหม่ กำลังรุ่งเรือง แต่ก็ใช่ว่าจะคงที่ เพราะโลกดิจิตอลเปลี่ยนแปลงกันทุกวัน แม้แต่โซเชี่ยลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค ยังเปลี่ยนนโยบายให้คนทำสื่อ ทำเพจเฟสบุ๊คต่างๆ ต้องปรับตัว    

วันนี้แม้จะเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งใหญ่ของ “คนวงการสื่อสารมวลชน”

แต่ในอนาคตก็ไม่มีอะไรแน่นอน

ดังนั้นคนข่าวจึงต้องตามโลกดิจิตอลให้ทัน ปรับตัวให้ได้ต่อโลกยุคใหม่ เท่านั้นเอง  

รายงานพิเศษ / กองบรรณาธิการ www.medhubnews.com เว็บไซต์สุขภาพของคนรุ่นใหม่ และ เพจ sasook 

www.medhubnews.com เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ ของคนรุ่นใหม่

"Health News Leader Thailand and Health Data Science" 

https://www.facebook.com/Dr.sasook

 

 ภาพจาก siamsport บีบีซีไทย เนชั่น ฯลฯ

29 เมษายน 2561

ผู้ชม 665 ครั้ง

Engine by shopup.com