"รัฐสภาอังกฤษ" ชี้ชัดผลวิจัยวิทยาศาสตร์ "บุหรี่ไฟฟ้า" เป็นเครื่องมือต้านบุหรี่

 

MED HUB NEWS - คณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( The Science and Technology Committee ) รัฐสภาอังกฤษ เผยแพร่รายงานการตรวจสอบผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และนโยบายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ( คลิ๊กอ่านรายงาน ฉบับเต็ม )

ทั้งนี้ The Science and Technology Committee  สรุปว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่แบบปกติ และบุหรี่ไฟฟ้าควรได้รับการสนับสนุนให้ใช้ผ่านการสั่งของแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้สูบบุหรี่เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น

อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนปรนกฎระเบียบ เกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนมาใช้มากขึ้น ทั้งนี้ ในประเทศเทศอังกฤษมีผู้ใช้เกือบ 3 ล้านคน

โดยกว่า 470,000 คนใช้เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเลิกบุหรี่ และผลที่ตามมาคือผู้ที่เลิกบุหรี่สำเร็จได้หลายหมื่นคนต่อปี

ความคืบหน้างานวิจัยที่เราให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ ในคอลัมน์  "ELECTRONIC CIGARETTE RESEARCH STUDIES" ของสื่อสายสาธารณสุข - สุขภาพ medhubnews.com 

แม้ว่าผลวิจัยเชิงประจักษ์ จะระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน จนนำไปสู่คำถามว่า ถึงเวลา หรือยัง ? "เมืองไทย" จะทบทวนเพื่อระบบสาธารณสุข ลดจำนวนผู้ป่วยด้านโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งในช่วงนี้สังคมไทยยังต้องให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องต่อไป

ล่าสุดผู้สื่อข่าว medhubnews.com เว็บไซต์สุขภาพ สาธารณสุข การท่องเที่ยว วาไรตี้  และ เพจ sasook ระบุว่า สำนักข่าว BBC news  รายงานจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษระบุ กฎระเบียบเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าควรได้รับการผ่อนปรนเพื่อให้ผู้สูบเปลี่ยนมาใข้และผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้น

รายงานดังกล่าว ยังสรุปว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่แบบปกติ และบุหรี่ไฟฟ้าควรได้รับการสนับสนุนให้ใช้ผ่านการสั่งของแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้สูบบุหรี่เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น อีกทั้งยัง เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าบนรถโดยสารประจำทางและรถไฟด้วย

สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ ( Public Health England ) กล่าวว่าไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูไปสู่การสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน

รายงานเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่จัดทำโดย คณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( The Science and Technology Committee ) ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้ามักถูกมองข้ามโดยสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ ( NHS ) ในการนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้ผู้คนเลิกสูบบุหรี่

และกล่าวว่า การที่ 1 ใน 3 จาก 50 แห่งของสำนักสุขภาพจิต สังกัด NHS ในประเทศอังกฤษ ห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานที่ของตนเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะไอละอองมือสองของบุหรี่ไฟฟ้านั้นมี "ความเสี่ยงด้านสุขภาพเพียงเล็กน้อย" เท่านั้น

 

นอกจากนี้ ส.ส.กล่าวอะไรอีกบ้าง ?

สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องในรายงานได้แก่ ให้เสรีภาพที่มากขึ้นกับผู้ผลิตในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ผ่อนคลายกฎระเบียบและภาษีอากรเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสะท้อนถึงอันตรายต่อสุขภาพที่น้อยกว่าของบุหรี่ไฟฟ้า

ให้มีการทบทวนผลกระทบด้านสุขภาพของบุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบไม่เผาไหม้เป็นประจำทุกปี

โดยจัดการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะและในสำนักงาน ออกใบอนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทบทวนการพิจารณาเรื่องข้อจำกัดด้านระดับความเข้มข้นในการเติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และขนาดแทงก์บรรจุน้ำยา

ยกเลิกการห้ามใช้ผลิตภัณฑ์สนูส ( Snus ) ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบเคี้ยว ซึ่งปัจจุบัน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายในสหราชอาณาจักรตามกฎของสหภาพยุโรป การสูบไอจากบุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากแค่ไหน

ปัจจุบัน มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าราว 2.9 ล้านคนในสหราชอาณาจักร มีการประมาณการว่าผู้ใช้กว่า 470,000 คนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการเลิกบุหรี่ และผลที่ตามมาคือหลายหมื่นคนสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ

แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะยอมรับว่าผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของการใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ก็ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่มีทาร์หรือคาร์บอนมอนอกไซด์

นายนอร์แมน แลมป์ ประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ กล่าวว่า "นโยบายและระเบียบข้อบังคับในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนถึงข้อเท็จจริงนี้อย่างเพียงพอ

และ ธุรกิจห้างร้าน ผู้ให้บริการขนส่งและสถานที่สาธารณะต่างๆ ควรเลิกมองว่าบุหรี่ทั่วไปกับบุหรี่ไฟฟ้าเป็นแบบเดียวกันหรือเหมือนกันได้แล้ว "ไม่มีเหตุผลด้านสาธารณสุขที่จะมองแบบนั้น" เขากล่าว

"ความกังวลว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเยาวชนนั้น ยังไม่มีปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม"

"ถ้ามีการใช้อย่างถูกต้อง บุหรี่ไฟฟ้าอาจเป็นเครื่องมือของ NHS ในการช่วยให้ผู้สูบบุหรี่เลิกบุหรี่ได้"

นายแลมป์ กล่าวต่อว่า หากบุหรี่ไฟฟ้าได้รับอนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์ จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์พูดคุยและแนะนำผลิตภัณฑ์นี้ในฐานะเครื่องมือเพื่อช่วยคนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ต้องการเสรีภาพที่มากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมนี้ในการโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า

รายงานนี้เป็นข้อมูลล่าสุดจากการถกเถียงที่มีมายาวนานเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและวิธีการใช้งาน จากการสำรวจในสกอตแลนด์พบว่าเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะสูบยาสูบในภายหลังและในเวลส์ มีการหยิบยกข้อกังวลจากการที่เยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำ

ในขณะที่ การทดลองระยะเวลาหกเดือนที่เรือนจำในไอล์ออฟแมนพบว่าการอนุญาตให้ผู้ต้องขังสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้พวกเขาสงบมากขึ้นและช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ได้

อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้นถึงผลกระทบระยะยาวของบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากการวิจัยในระยะแรกที่ดำเนินการในห้องทดลองเกี่ยวกับเซลล์ปอด ซึ่งพบว่าไอละอองบุหรี่ไฟฟ้าอาจไม่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์

แต่มีความเห็นพ้องโดยทั่วไปในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน

ที่ไหนที่คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสูบบุหรี่ซึ่งห้ามการใช้บุหรี่ในสถานที่สาธารณะและที่ทำงานซึ่งสำนักงานสาธารณสุขอังกฤษแนะนำว่าไม่ควรปฏิบัติต่อบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนกับบุหรี่ทั่วไปในแง่ของการออกนโยบายการสูบบุหรี่ของสถานที่ทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่เปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้า

"การใช้บุหรี่ไฟฟ้า ควรเป็นตัวเลือกที่สะดวกและปลอดภัยกว่า แต่บางสถานที่เช่น รถสาธารณะ รถไฟใต้ดินและสถานีรถไฟใต้ดิน บุหรี่ไฟฟ้ากลับถูกห้ามใช้

กลุ่มธุรกิจโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่เช่น Cineworld, Odeon และ Empire รวมถึงโรงละครส่วนใหญ่ ก็ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า ด้วยเช่นกัน สายการบินและสนามบินส่วนใหญ่ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า นอกเหนือจากพื้นที่สูบบุหรี่ที่กำหนดไว้

ผลตอบรับจากรายงานของ ส.ส. เป็นอย่างไร

สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ( PHE ) ประเมินว่าบุหรี่ไฟฟ้า เป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ปกติถึง 95%

ดันแคน เซลบี หัวหน้าผู้บริหารของ PHE กล่าวว่า "แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะไม่ได้ปราศจากอันตรายทั้งหมด แต่ปลอดภัยกว่าอันตรายของบุหรี่มาก”

"ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำหน้าที่เป็นประตูไปสู่การสูบบุหรี่สำหรับเยาวชน”

"เราต้องการที่จะเห็นยุคที่ไร้ยาสูบภายใน 10 ปีนี้และมันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว"

 

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่อังกฤษตอบรับรายงานเป็นอย่างดีแต่ก็ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอให้เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในการโฆษณา เพราะอาจทำให้ผู้ผลิตยาสูบได้รับอนุญาตให้ทำการตลาดบุหรี่ไฟฟ้าบนซองบุหรี่ได้

ด้าน นายจอร์จ บัตเตอร์เวิร์ธ จากสถาบันมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน “ควรมุ่งเป้าไปที่การช่วยให้ผู้สูบบุหรี่ให้เลิกบุหรี่ได้ ในขณะที่ต้องป้องกันไม่ให้เยาวชนเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้า”

ศาสตราจารย์ลินดา บัลด์ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยสเตอร์ลิงกล่าวว่า "รายงานฉบับนี้เป็นที่น่ายินดีและมีหลักฐานลดความกังวลที่เราเคยมีเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า”

"คำแนะนำจากรายงานฉบับนี้ไม่น่าจะเป็นที่ยอมรับสำหรับทุกคน และบางส่วนอาจเป็นเรื่องยากหรือซับซ้อนในการนำไปดำเนินการ แต่รัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแลและผู้ให้บริการควรรับฟังไว้"

ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ? มีความเห็นเด่นๆ บางส่วนบน Twitter ในการตอบสนองต่อแนวคิดเรื่องการอนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าบนขนส่งสาธารณะ

เช่น รีเบคกา สมิธ @BexKateSmith “ฉันสาบานเลยว่า ถ้ามีคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าบนรถโดยสาร ฉันจะเดินลงจากรถทันที”

ไมเคิล โอเลียรี @mj_oleary “เร็วเกินไป ยังไม่รู้ถึงผลกระทบในระยะยาว”

ออร์ฟัส @Orpheus1701 “ในฐานะที่เป็นคนไม่สูบบุหรี่ ฉันไม่ได้มีปัญหาที่คนจะใช้บุหรี่ไฟฟ้า อันที่จริงมันมักมีกลิ่นหอมทีเดียว! ฉันเกลียดควันบุหรี่ มันน่าขยะแขยง ทำให้ฉันจามและกลิ่นติดผมและเสื้อผ้าของฉันด้วย”

เคลลี @Pixii_dust

“ไม่ล่ะ...ขอบคุณ ไม่ให้สูบในพื้นที่สาธารณะ ในพื้นที่ปิด เช่น บนรถโดยสารที่มีเด็กและคนที่ไม่ชอบบุหรี่นั้นอยู่ด้วยนะหรือ แล้วทางเลือกของคนที่ไม่ชอบบุหรี่ไฟฟ้าหรือมีปัญหาสุขภาพซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับพวกเขาล่ะ จะให้ทำยังไง บุหรี่ไฟฟ้ายังเต็มไปด้วยสารเคมีอยู่ดีนั่นแหละ”

ที่มา :  ฺฺBBC , คณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( The Science and Technology Committee ) รัฐสภาอังกฤษ

เมดฮับ นิวส์ medhubnews.com 

เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ  สาธารณสุข การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ วาไรตี้ ฯลฯ 

 

ติดตามข่าวสารจาก medhubnews.com ได้จาก Facebook : sasook ของเรา 

15 กันยายน 2561

ผู้ชม 2096 ครั้ง

Engine by shopup.com