แพทย์เตือน ปลายฝนต้นหนาว ระวังโรคระบบทางเดินหายใจ เผยความต่างระหว่างไข้หวัด กับ ไข้หวัดใหญ่ที่เสี่ยงตายได้

News Update : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) แนะประชาชนรับมือช่วงปลายฝนต้นหนาว ระวังโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด โรคปอดบวม

โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ  เช่น ไข้หวัดใหญ่ หากไม่รับการรักษาที่ถูกต้องอาจเสียชีวิตได้

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอาการคัดจมูก มีน้ำมูก และไข้ แต่จะทราบได้อย่างไรว่า อาการที่เด็กเป็นนี้ เกิดจากโรคไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่

ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเปลี่ยน 

เมดฮับ นิวส์ medhubnews.com เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ  ข่าวสาธารณสุข ท่องเที่ยว รายงานว่า นายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร โฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข 

กล่าวถึงสถานการณ์ในช่วงนี้เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ประชาชนมีความเสี่ยงในการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่าย เช่น  โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่  และโรคปอดบวม

โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคดังกล่าวได้ง่ายกว่าผู้อื่น และอาจแพร่กระจายไปสู่คนในครอบครัว

ผู้ที่เป็นโรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่จะมีอาการไข้ ตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอจาม มึนศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดกระดูก และอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจมีอาการแทรกซ้อนตามมา ได้แก่ โรคปอดบวม ซึ่งจะมีอาการหอบเหนื่อย ไข้ ไอและมีเสมหะมาก

รายที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดหนองในเยื่อหุ้มปอด และหากมีการติดเชื้อรุนแรงหรือมีการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตต่ำ และอาจเสียชีวิตได้

ความแตกต่าง "ไข้หวัด vs ไข้หวัดใหญ่"

ส่วน ความแตกต่าง ระหว่างไข้หวัด  ( Common Cold )  กับ  ไข้หวัดใหญ่ ( Flu or Influenza )  มีความแตกต่างกันมาก ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ อาการมักไม่รุนแรงมา มีไข้ ไอ มีเสมหะ

ขณะที่ ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัส INFLUENZA โดยที่ระบาดในคนมักเกิดจากสายพันธุ์ A และ B สำหรับอาการแสดง จะรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดามาก มีไข้สูง 

ใช้หลักสุขบัญญัติ 2 ร 2 ล

ด้าน นายชาญยุทธ พรหมประพัฒน์ ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา กล่าวว่า ประชาชนควรดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงในช่วงปลายฝนต้นหนาว

โดยใช้หลักสุขบัญญัติ 2 ร 2 ล คือ 1) รักษาความสะอาดร่างกายและของใช้ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปียกชื้น และไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า

2) รับประทาน อาหารที่สุกปรุงสุกใหม่ๆ และสะอาด

ถ้าเป็นอาหารประเภทแกงถุง ควรอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน ใช้ช้อนกลางเมื่อทานอาหารร่วมกับผู้อื่น 3) เลี่ยง การสัมผัส คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัด ผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม ควรใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่ผู้อื่น

4) ล้าง ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ ทั้งนี้ ถ้ามีอาการป่วยจากการเป็นไข้หวัดควรนอนพักมากๆ

และดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ หากมีอาการไอมากขึ้น แน่นหน้าอก มีไข้นานเกิน 2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์

06 พฤศจิกายน 2562

ผู้ชม 657 ครั้ง

Engine by shopup.com