อาการดาวน์ยาไอซ์ คืออะไร ไฮค้าง ยาไอซ์หมดฤทธิ์ ระบาดใน ชายรักชาย เกย์ นิยมไฮสด แตกใน เสี่ยงดื้อยาต้านไวรัส

News Update วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563  : หากพูดถึง ยาไอซ์ (Ice) หรือภาษาวัยรุ่น ที่ใช้สื่อสารกันในโลกออนไลน์ว่า  #น้ำแข็ง #ไฮ #คูล #Hi  #สายดีด #สายเงี่ยน #สายไฮ #hicool  #ไฮคูล #ไฮลอย #ไฮนัว #งานดีด

มักได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น นายแบบ เพราะเชื่อว่าเสพแล้วจะทำให้ผอม หุ่นดี ผิวขาว สมองดี เสพได้หลายรูปแบบ ทั้ง #ไฮสายควัน  #ไฮฉีด  

หลังจาก ผู้เสพยาไอซ์ มักจะมีอาการดีด มีอารมณ์สนุกสนานตลอดเวลาโดยไม่เหนื่อย ไม่หิว ดื่มแอลกอฮอล์ได้เยอะขึ้น มีอารมณ์ทางเพศมากขึ้น หากเสพมากเกินไปจะมีปัญหาทางจิตและประสาท

รวมทั้ง กรณี ถ้าคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาไอซ์ เพื่อการผ่อนคลาย สิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้ว่าสารต่างๆ มีผลอย่างไรต่อร่างกายเพื่อไม่ให้อันตราย  

เว็บ เมดฮับ นิวส์ medhubnews.com เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ  สาธารณสุข การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ วาไรตี้  รายงานว่า ปัจจุบันกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมาก

ซึ่งต้องให้ความรู้เยอะๆ คือ ชายรักชาย หรือ เกย์ ไบเซกซ์ชัวล์ จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีลดความเสี่ยงจากการใช้ ยาไอซ์

กลุ่มชายรักชาย เกย์ ไบเซกซ์ชัวล์ ถ้าเข้าร่วมกับ ปาร์ตี้ ประเภทไฮฟัน  #น้ำแข็ง #ไฮ #คูล #Hi  #สายดีด #สายเงี่ยน #สายไฮ #hicool  #ไฮคูล #ไฮลอย #ไฮนัว #บิน

กรณี ถ้าใช้ยาไอซ์ ร่วมกับการมีเซ็กซ์ กลุ่มชายรักชาย เกย์ ไบเซกซ์ชัวล์ อาจปลดล็อกความต้องการทางเพศของตัวเองจนกล้าทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำตอนที่ไม่ได้ใช้ยา หรือกล้าทำสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อยากทำจริงๆ  

เช่น คนเราในยามที่มีสติ เราจะทราบความต้องการของตัวเองว่า สามารถมีเซ็กซ์ได้นานเท่าไหร่ แต่เมื่อใช้ยาไอซ์ จะเปลี่ยนเป็นคนละคน

สามารถมีเซ็กซ์ได้นาน จนลืมเวลา เผลอมีเซ็กซ์นานกว่าปกติหลายชั่วโมง ทำให้เสี่ยงต่อ การร่วมเพศทางทวารหนัก จนเกิดการฉีกขาด เลือดออก อาจเสี่ยงติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ และ เอชไอวีได้

ยาไอซ์ อาจทำให้ผู้ใช้มีความรู้สึกแบบหลอกๆ ว่า ใกล้ชิดผูกพันกับคนที่มีเซ็กซ์ด้วย นั่นไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ สำหรับหลายคนที่ใช้ยาไอซ์ ร่วมกับเซ็กซ์บ่อยๆ จะทำให้การมีเซ็กซ์ปกติโดยไม่ใช้ยาเป็นเรื่องยาก

กลุ่มชายรักชาย เกย์ ไบเซกซ์ชัวล์ สายไฮ จะเสพติดการไฮขณะมีเซ็กซ์ หรือ ติดการมีเซ็กซ์ระหว่างไฮ ซึ่งไม่ใช่แค่ติดเซ็กซ์หรือ ติดยาเท่านั้น

ถ้ากลุ่มชายรักชาย เกย์ ไบเซกซ์ชัวล์ เข้าร่วมใช้ยาไอซ์ กับการมีเซ็กซ์  และไม่ใส่ถุงยางอนามัย หรือ #ไฮสด คำแนะนำ วิธีลดความเสี่ยง คือ การกินยาเพร็พ ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้   

สิ่งสำคัญคือ กลุ่มชายรักชาย เกย์ ไบเซกซ์ชัวล์ สายไฮ ที่ติดเชื้อเอชไอวี และใช้ยาไอซ์ โดยไม่สวมถุงยางอนามัย มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการดื้อยาต้านไวรัส

ซึ่งมีเกย์ที่ติดเชื้อ HIV จำนวนมากเข้าใจผิด นิยมใช้ยาไอซ์ โดยไม่สวมถุงยางอนามัย เพราะคิดว่ายังไงก็ติดเชื้อแล้ว

และกรณีผู้ใช้ยาไอซ์ มีผลเลือดบวก ได้รับการ กินยาต้านไวรัสกลุ่ม PI (Protease Inhibitors)  คู่ไปกับการใช้ยาไอซ์

ยาต้านกลุ่มนี้อาจทำให้การออกฤทธิ์ของยาไอซ์ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น นำไปสู่การโอเวอร์โดสและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

ขณะที่ การโอเวอร์โดส คือมักใช้ยาไอซ์เกินขนาด  การได้รับยาในขนาดสูง อุณหภูมิของร่ายกายจะสูงขึ้นมาก อาจมีอาการหลอน กลัว หวาดระแวง อาการชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ หมดสติ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สำหรับ  อาการดีดยาไอซ์  ส่วนใหญ่จะมีอาการ พูดเร็วๆ รัวๆ ลิ้นพันกัน พูดไม่หยุดปาก เหงื่อแตก ชอบเลียปาก ตาขวาง  ย้ำคิดย้ำทำ พูดวนไปวนมา จนมีอาการประสาทหลอน

ส่วน อาการดาวน์ยาไอซ์  อาการดาวน์ยา อาการดาวน์ ยา ไอ ซ์ คือ มีอาการทางจิตและประสาท พฤติกรรมเปลี่ยน เช่น ก้าวร้าว วิตกกังวล สับสน นอนไม่หลับ ปวดหัวรุนแรง จิตหวาดระแวง หลงผิด เพ้อคลั่ง

ผู้ที่มี อาการดาวน์ยาไอซ์  คือ อาการหมดฤทธิ์ยา นั่นเอง จะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ประสาทล้า ทำให้การตัดสินใจช้าและผิดพลาด

เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้สมองเสื่อม เกิดอาการประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง เสียสติ เป็นบ้า อาจทำร้ายตนเองและผู้อื่นได้

คลิ๊กอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สถาบันบำบัดฯ เลิกใช้วิธีตรวจฉี่ หาสารเสพติด Color test หรือ “ฉี่ม่วง”

รอติดตามอ่าน...... ยาประเภทที่มีผลทำให้การตรวจปัสสาวะเป็นผลบวก หรือ ฉี่ม่วง และ หลังจากเสพยาไอซ์ จะตรวจพบสารเสพติดได้ ส่วนใหญ่จะเจอได้ประมาณ 1-3 วัน ในการตรวจปัสสาวะ หรือ เลือด

ขอบคุณภาพจาก ทวิตเตอร์ , องค์กรเอกชนด้านส่งเสริมการใช้ยาป้องกัน ,  TruePlookpanya

 

13 กรกฎาคม 2563

ผู้ชม 1154 ครั้ง

Engine by shopup.com