บทความ

คดีโกงบัตรทอง สปสช.อนุทิน จี้ สอบทุจริตคลินิกชุมชนอบอุ่น ประสาน ตำรวจ DSI ร่วมสอบ ย้ำต้องเอาเงิน กลับคืนรัฐ

สปสช. , เว็บไซต์สุขภาพ , ข่าวสาธารณสุข ,โกงบัตรทอง , อนุทิน - คดีโกงบัตรทอง สปสช.อนุทิน จี้ สอบทุจริตคลินิกชุมชนอบอุ่น ประสาน ตำรวจ DSI ร่วมสอบ ย้ำต้องเอาเงิน กลับคืนรัฐ 

News Update วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563 - ข่าวล่าสุดวันนี้  : กรณีข่าวฉาวโฉ่ โคตรโกง เงินจากกองทุนบัตรทอง 72 ล้านบาท ผ่านทาง คลินิกชุมชนอบอุ่น ทั้ง 18 แห่ง ตบหน้า ระบบธรรมาภิบาล ของกระทรวงสาธารณสุข รอบสอง

โกงบัตรทอง สปสช.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : โคตรโกงงบบัตรทอง 72 ล้าน  แฉรายชื่อ คลินิกชุมชนอบอุ่น ทั้ง 18 แห่ง พบบริษัทเอกชน 14 แห่ง เป็นเจ้าของ เตรียมดำเนินคดีอาญา  

ล่าสุด เว็บไซต์ medhubnews.com ข่าวสังคม สุขภาพ ท่องเที่ยว วาไรตี้ และ เพจ sasook ทวิตเตอร์ @medhub_news รายงานว่า ข่าวฉาวโฉ่ โคตรโกง เงินจากกองทุนบัตรทอง 72 ล้านบาท นั้น 

ความคืบหน้า ทุจริตคลินิกชุมชนอบอุ่น ได้รับความร่วมมือจากตำรวจ DSI ร่วมสอบข้อเท็จจริง ย้ำต้องเอาเงินกลับคืนรัฐและดำเนินคดีกับผู้ทำผิด

วันนี้ ( 3 สิงหาคม 2563) ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีพบการทุจริตคลินิกอบอุ่นเครือข่าย สปสช. ว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้

เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตั้งโดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) สามารถดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงประธานบอร์ด ที่สำคัญคือ ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย  

จากการเข้าไปตรวจสอบการทำงานพบมีความคืบหน้าไปมาก มีการปรับแต่งข้อมูลมากพอสมควร แต่ก็ไม่อยู่นอกเหนือความสามารถของคณะกรรมการชุดนี้ ทั้งนี้ได้สั่งการให้คณะกรรมการแถลงข้อมูลให้ประชาชนทราบเป็นระยะ

“ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นห่วง ได้ติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด ย้ำไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ ต้องนำเงินของรัฐกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด และดำเนินคดีกับผู้ทำผิด” นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อกลางปี 2562  นพ.ศักดิ์ชัย เจริญวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำเงิน จาก กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “กองทุนบัตรทอง”  ไปคิดว่าจะทำอะไรที่ดี มีประโยชน์ โดยที่ผ่านมามักจะมีโครงการสิทธิประโยชน์นำร่อง ต่างๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ 

สปสช. คิดระดมสมองเปิดไอเดียต่างๆ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยไปแออัดกันที่โรงพยาบาลใหญ่ จึงเข็นเอา 4 โครงการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยอ้างว่าจะช่วยดูแลชาว กทม. ให้ต่อเนื่อง แต่ไม่สำเร็จ เพราะ กทม.ไม่มีเครือข่ายที่เข้มแข็งเหมือน อสม.

การเข็น โครงการ “คลินิกผู้สูงอายุครบวงจรในโรงพยาบาล” “คัดกรองสุขภาพแรงงานนอกระบบ/ผู้ขับขี่รถสาธารณะ”

“ร้านยาชุมชนอบอุ่น/คัดกรองความเสี่ยงภาวะเมตาบอลิก” และ “หน่วยบริการ่วมบริการทันตกรรม” ช่วยเข้าถึงบริการคัดกรองโรคฟรี จึงยังไม่สำเร็จเท่าที่ควรจะเป็น ? 

ปี 2562 สปสช.เขต 13 กทม. ได้ดำเนินงาน 4 โครงการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับชาว กทม.เพิ่มเติม และเป็นการต่อยอดจากที่ดำเนินการไปแล้ว

โครงการคลินิกผู้สูงอายุครบวงจรในโรงพยาบาล เป็นหนึ่งในโครงการรองรับสังคมผู้สูงอายุ เพื่อคัดกรองและดูแลประชาชนคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ...อันนี้ถือว่ารองรับอนาคตประเทศไทยดี 

เรียกได้ว่า แผนงานดี เน้นประเมินสุขภาพแบบองค์รวม จากทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาล แต่ต้องไปรับบริการที่หน่วยบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็คือ  คลินิกชุมชนอบอุ่น นั่นแหละ

โดยในแต่ละปี จะมีโครงการต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย และจะมี กิจกรรมคัดกรองสุขภาพ อาทิ การประเมินความเสี่ยงสุขภาพ ต่างๆ ออกมาตลอด 

ซึ่งมีทั้ง การตรวจวัดสายตา ภาวะกระดูกพรุน สมรรถภาพทางสมอง ภาวะโภชนาการ ไขมันในเลือด และการทำงานของไต เป็นต้น

ส่วน โครงการคัดกรองสุขภาพแรงงานนอกระบบในผู้ขับขี่รถสาธารณะ อ้างว่า เฝ้าระวังสุขภาพของแรงงานนอกระบบ ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ ( ตรวจแรงงาน ในโรงงานที่มีคนต่างด้าว ) 

รวมทั้ง โครงการร้านยาชุมชนอบอุ่น เพื่อแก้ไขปัญหา โรคเมตาบอลิก เช่น  เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และโรคอ้วน ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ

เหตุผลของการดำเนินโครงการ “ร้านยาชุมชนอบอุ่น”  เพราะ กทม.มีประชากรมาก หน่วยบริการมีจำกัด เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการคัดกรองสุขภาพของคน กทม.

ร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) เป็นหน่วยบริการด้านยากระจายอยู่ตามชุมชน มีความสะดวกต่อประชาชนในการเข้ารับบริการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว

จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนในการเข้าถึงบริการคัดกรองโรคได้ โดยเราจะพบว่า สปสช.ได้ร่วมกับสภาเภสัชกรรมชุมชน ดำเนินโครงการ “ร้านยาชุมชนอบอุ่น” ในเขตพื้นที่ กทม. จำนวนมาก

การตั้งโครงการ ได้ระบุว่า จะมีกิจกรรมในร้านยาชุมชนอบอุ่น  อาทิ ตรวจคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นด้วยใช้แบบคัดกรองความเสี่ยง ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ตรวจร่างกาย ประเมินภาวะอ้วนลงพุง

การตรวจเลือดโดย DTX เพื่อหาภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน บันทึกผลการตรวจคัดกรองในสมุดบันทึกสุขภาพ และแจกให้กับผู้รับบริการทุกราย  ( ท่านไหนเคยได้รับการบริการบ้าง )

4 โครงการหน่วยบริการร่วมให้บริการทันตกรรม ส่งเสริมป้องกัน สปสช. ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานครและคลินิกทันตกรรมเอกชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมโครงการ 62 แห่ง มุ่งให้เกิดการเข้าถึงบริการทันตกรรมเพิ่มขึ้น

เงินจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “กองทุนบัตรทอง” จะถูกนำไปใช้ ในการบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ทั้ง 4 โครงการที่ สปสช.เขต 13 กทม. ได้ดำเนินการนี้ ครอบคลุมประชาชนคนไทยที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกสิทธิ

ขณะที่ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านานบาท

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.เพื่อไทย ได้อภิปรายถึงการใช้จ่ายงบประมาณภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กระทั่งเป็นข่าว โคตรโกงงบบัตรทอง 72 ล้าน  แฉรายชื่อ คลินิกชุมชนอบอุ่น ทั้ง 18 แห่ง พบบริษัทเอกชน 14 แห่ง

โดย  สปสช.และ กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าววันที่ 3 กค.ระบุว่า เป็นการทำงานเอง ได้เร่งรัดดำเนินคดีเอง ไม่เกี่ยวกับการอภิปราย แต่อย่างใด ( อภิปราย 2 ก.ค. แต่ สธ.ประชุมออกข่าวแจกเองในวันที่ 3 ก.ค.)

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุในที่ประชุมว่าจะส่งทีมลงไปตรวจสอบใน 3-4 วัน ในคลินิกทั้ง 18 แห่ง แต่ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปเองเลยด่วนมาก

นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าว มีการตรวจสอบเองจาก สปสช.  โดยทาง สปสช.เขต 13 ได้ตรวจสอบพบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว

แต่เรื่องทุจริต เกิดขึ้นมาเกือบสองปีแล้ว  ไม่มีรายงาน การร้องทุกข์ การกล่าวโทษ เพื่อผิดเอาหรือมีคำสั่งให้ระงับยังยั้ง จากผู้บริหารสธ.เลย ( เข้าข่าย ละเว้นหรือไม่ ? )

ความคืบหน้ากรณีคลินิก 18 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร นายประเดิม บอกว่า วันที่ 8 พ.ค.จะเสนอเรื่องการเบิกจ่ายดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน

หากมีการรับเรื่องแล้ว ต้องรอว่าจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเมื่อไร จากนั้นอาจจะมีเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลกับ กมธ.ต่อ

ส่วนเหตุผลที่ต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาใน กมธ. นายประเดิมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้มีประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อมากกว่าที่อภิปรายในสภา

โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนหลังไปด้วยว่า การเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นอย่างไร

รวมไปถึงสิ่งที่ทุกคนต้องการทราบคือ นอกจากคลินิก 18 แห่ง กระบวนการเบิกจ่ายเงินส่วนนี้ทั่วประเทศมีปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นบ้างหรือไม่

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) บอกว่า ข่าวโคตรโกงนี้ จะใหญ่ และ จะขยายผล ถึงช่องทางการใช้เงิน กองทุนบัตรทอง ที่พบว่ามีการนำเงินไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลขาดทุนจำนวนมาก

หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบ ภาพรวมการเบิกจ่ายย้อนหลัง 3 ปี ของทั้ง 18 คลินิกเป็นอย่างไร  รวมถึงบริษัทเอกชนในเครือของเอกชนกลุ่มนี้ทั้งหมด

ตามข้อมูลที่สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบ จากนั้นจะขยายผลไปตรวจสอบคลินิกและหน่วยบริการใน กทม.ที่มีอยู่ 186 แห่งต่อไปด้วย

ทั้งนี้ “คลินิกชุมชนอบอุ่น”  ซึ่งเป็นคลินิกเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการจัดการดูแลร่วมกับหน่วยบริการปฐมภูมิ

และต่อไป จะมีการเปิดบริการโครงการต่างๆ มากขึ้น กว่าเดิมโดยใช้เงินกองทุนบัตรทอง เช่น “รับยาใกล้บ้าน” โดยใช้ชื่อว่า ร้านยาชุมชนอบอุ่น  

ตอนนี้มีการใช้เงิน ตั้งเอกชนแต่ละวิชาชีพให้ดูแลประชาชนระดับปฐมภูมิแล้ว เช่น “คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น” คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายหน่วยบริการร่วมให้บริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.  

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเอกชนที่เป็นเจ้าของคลินิกทั้ง 18 แห่ง นั้น มีดังนี้

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org)

ส่วนคดีทุจริตนี้ แว่วมาว่าจะมีการสาวไปถึง คลินิกชุมชนอบอุ่น ทั่วประเทศด้วย โดยตามต่างจังหวัดจะมี กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาล นั้นๆ ดูแล

ในกทม. จะมีทั้ง ภาครัฐ และ เอกชนร่วมโครงการด้วย โดยใช้กรอบการบริหารค่าใช้จ่ายบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

หากสังเกตุดีๆ จะพบว่า คลินิกชุมชนอบอุ่น ในกทม.และ งานสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ทำได้ยาก ไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เพราะผู้ป่วยขาดการประสานงานจากเครือข่าย เหมือนเช่น อสม.ตามต่างจังหวัด 

บรรดาคลินิก ที่มีชื่อว่า ชุมชนอบอุ่น มีไมตรี จะมีการตรวจสอบย้อนหลังว่า มีการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นอย่างไร

รวมทั้งจะนำคนโกงที่มาจากภาครัฐ และ เอกชนมารับโทษให้ได้ เพราะ “กองทุนบัตรทอง” มีช่องโหว่เยอะมาก 

แต่ เงินอสมเข้าวันไหน 2563 ? ตอบไม่ได้ ซึ่งค่าป่วยการ อสม. 1,500 รู้ไหมว่า อสม.เช็ค เงิน อสม. เข้าบัญชี ทุกวัน 

13 สิงหาคม 2563

ผู้ชม 2428 ครั้ง

Engine by shopup.com